คุยกับความคิด : เรียนเพื่อไม่ให้หลง : พระกานต์

คุยกับความคิด เป็นอีกหนึ่งเนื้อหาที่เรานำมาเสนอให้กับ ชาว คิดเปลี่ยนเรียนรู้ เราเริ่มต้นการพูดคุยกับ พระกานต์ ในเรื่องของทางโลกและเรื่องทางธรรม เราอยากรู้ว่า คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง การันตีความเก่งด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองจากรั้วมหาวิทยาลัยทำให้ ‘กานต์ สมุทรโคตา’ เมื่อยังเป็นฆราวาสได้ทุนเรียนต่อปริญญาโททันที ขณะเดียวกันชีวิตการทำงานของเขาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ก้าวย่างที่ออกเดินคือการห่มผ้าเหลือง วันนี้ คิดเปลี่ยนเรียนรู้ ได้นั่งคุยกับความคิดของเขา

คิดอย่างไรถึงทิ้งชีวิตทางโลก

“วันหนึ่งอาตมาคิดได้ว่าถ้าเราจะรอบวชตอนที่เราพร้อม คนที่เลี้ยงเรามาหรือคนที่เราต้องการทดแทนบุญเขาจะจากไป หลักๆ คือโยมป้าที่เลี้ยงเรารองจากโยมพ่อโยมแม่ และตอนนี้โยมป้าก็เสียไปแล้ว จึงตัดสินใจบวชและขอดอร์ปเรียนด้านการเงินไว้ และไม่คิดว่าคงไม่กลับไปเรียนในสาขานั้น เพราะเงินกับพระเป็นเรื่องที่ขัดกัน”

อะไรทำให้เปลี่ยนจากทางโลกสู่ทางธรรม

“ถ้าถามว่าเราประสบความสำเร็จไหม ด้านการงาน ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าด้านการเรียน การประสบความสำเร็จไม่ได้วัดที่ปริญญา มันอยู่ที่ความรู้แล้วเอาความรู้ไปใช้ได้ เรื่องความรู้ก็ได้เป็นธรรมดา เรามองว่าประสบก็เป็นความสำเร็จ แต่ไม่ได้ภูมิใจอะไรมากมาย”

 

หลวงพี่กานต์เล่าบรรยากาศวันแรกที่บวชให้เราฟังว่า เป็นพระที่บวชในโครงการ 87 รูปของวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี และเลือกไปจำพรรษาที่สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี เพราะอยากทดลองอยู่ไกลจากคนรู้จักและตั้งใจว่าจะบวชอย่างน้อย 1 พรรษา แต่ปรากฏว่ามีสิ่งที่ทำให้ต้องบวชต่อไป

 

ทำไมหลวงพี่ถึงบวชต่อไป

“นั่งสมาธิก็คิดเรื่องสึก เห็นถึงความเชื่อไม่ได้ เพราะอยู่ด้วยความคิดของเราเองว่าสึกหรือไม่สึก เราคิดว่าสิ่งที่จะทำให้เราบวชต่อก็มีหลายเหตุผล ลองเอาจำนวนวันที่เราบวชตอนนั้น 4 เดือน หารด้วยอายุเราตอนนั้น 23 ปีคูณ 12 ซึ่งยังไงมันก็ไม่ถึง 2% ของชีวิต เพื่อนพระที่บวชรุ่นเดียวกันก็เหลืออยู่ประมาณ 3 รูป มีโอวาทหนึ่งที่เรามักไปฟังพระลาสิกขาแล้วรู้สึกว่า คนยินดีกับวันที่เราบวชมากกว่าวันที่เราสึก ก็คิดว่าถ้าลาสิกขาไปแล้วไม่ได้กลับมาบวชอีกหละ พอเราเห็นว่าการที่เรายังบวชต่อเป็นประโยชน์ต่อคนวงกว้าง มีช่วงที่เราท้อก็แค่นึกถึงความดีที่เราทำ อาจจะเป็นความดีเล็กน้อยๆ เราได้พูดคุยกับคนอื่นทำให้เข่ามีความสบายใจ ก็เป็นกำลังใจให้เราอยู่ต่อ”

 

อยากให้หลวงพี่ช่วยเล่าถึงช่วงวัยเรียนให้ฟังหน่อย

“อาตมาเพิ่งมาสนใจเรียนจริงจังตอนเรียน ม.4 และเลือกเรียนสายสามัญเพราะยังไม่แน่สิ่งที่ตนอยากเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนบริหารการตลาด เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยทางบ้านทำธุรกิจได้ เคยมีความคิดผุดขึ้นมาว่าการเรียนด้านการตลาดเป็นวิชาที่น่ากลัวมันทำให้คนอยากได้โน้นอยากได้นี่ เป็นวิชาที่สร้างความโลภ ความต้องการเกินความพอดีให้กับคนอื่น แต่พอได้อ่านหนังสือมากขึ้น ก็คิดได้ว่ามันก็แค่เครื่องมือการตลาดสีขาวมันก็มี อยู่ที่เราจะใช้มากกว่า ก็มองว่ามันเป็นความรู้ เอาไปใช้ในทางที่ดี มันก็เป็นความรู้ที่ดี ถ้าเราเอาไปเอาเปรียบคนอื่นก็เป็นความรู้ที่ไม่ดี เราจะดึงเขาไปทางไหนมันก็อยู่ที่เรา เราก็มองว่ามันเป็นแค่เครื่องมือที่ทำให้เขาเข้ามาสนใจ อยู่ที่เราจะนำเสนออะไรให้เขา”

 

เป็นพระยังต้องเรียนรู้ไหม

“ในชีวิตทางโลกเลือกเรียนอย่างที่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจก็คือ ทำทุกอย่างให้ดีอย่างตั้งใจ ในชีวิตสมณะเพศ พระอาจารย์พูดกับพระกานต์ว่าให้เรียนเพื่อไม่ให้หลงทาง ส่วนใหญ่เราจะได้ประโยชน์ จากความผิดพลาดของเรามาเป็นบทเรียน มันเป็นตัวเตือนให้เราไม่ทำผิดอีก แน่นอนคนเราต้องเคยผิดพลาด เรากลัวผิดเราก็กลัวโทษ บางคนกลัวก็ปกปิด เมื่อปกปิดก็เป็นทุกข์ ไม่กล้ายอมรับความจริง การยอมรับความผิดมันทำให้การพัฒนาตนค่อยๆ ดีขึ้น”

พระกานต์ในพรรษาที่ 3 วัย 26 ปี ยังคงตัดสินใจบวชมุ่งมั่นเรียนทางธรรมและปฏิบัติตามพระวินัยอย่างมีสติ ตามฉายาที่ได้ครองในสมณะเพศขณะนี้ว่า กานต์ กนฺตสีโล ที่แปลว่า ผู้มีศีลเป็นที่รัก